(29 ก.ค. 68) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย และสถานการณ์ในพื้นที่บริเวณชายแดน เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแนวทางในการอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายพิชิต หุ่นศิริ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ด้านบำรุงทาง) นายลิขิต ทิฐิธรรมเจริญ วิศวกรใหญ่ (ด้านควบคุมการก่อสร้าง) กรมทางหลวงชนบท นายอดิเทพ ตีระมาศวณิช ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างทาง รักษาการวิศวกรใหญ่ (ด้านบำรุงรักษาทางและสะพาน) กรมทางหลวงชนบท และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมธารสิทธิ์พงษ์ กรมทางหลวงชนบท กรุงเทพฯ ขณะที่นายเจษฎา วินสน รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ด้านบริหารและวิชาการ) นายยงยุทธ์ เพ็งเมือง รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ด้านดำเนินงาน) ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 3, 5, 7, 9, 10, 13, 17 และผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting) ในการประชุม อธิบดีฯ ได้เน้นย้ำในการเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ รวมถึงการสำรวจถนนและสะพานในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อดำเนินการติดตั้งป้ายเตือน อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และวางแผนช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนดำเนินการซ่อมแซมสายทางที่ได้รับความเสียหายภายหลังน้ำลด โดยให้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการทำความสะอาดผิวจราจร กำจัดดินโคลน เศษไม้ และวัสดุกีดขวาง เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัยโดยเร็ว พร้อมกำชับให้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในส่วนของสถานการณ์บริเวณชายแดน อธิบดีฯ ได้กำชับให้สำนักงานทางหลวงชนบทและแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่แนวชายแดนติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนภารกิจในด้านต่าง ๆ เช่น การอำนวยความสะดวกในการอพยพประชาชน การให้บริการรถน้ำ การบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภคและถุงยังชีพ การส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ร่วมบริจาคโลหิต รวมถึงการประสานการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ อธิบดีฯ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดูแลทรัพย์สินส่วนราชการ ได้แก่ อาคาร สถานที่ เครื่องจักร และพัสดุให้อยู่ในสภาพปลอดภัย พร้อมจัดทำแผนรองรับในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เสี่ยงสูง ทั้งนี้ อธิบดีฯ ยังได้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน รายงานสถานการณ์ให้ส่วนกลางทราบอย่างต่อเนื่อง หากมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากร เครื่องมือ หรือทรัพยากรอื่นใด ให้ดำเนินการประสานโดยตรง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
