จากนั้น อธิบดีฯ ได้เดินทางไปยังถนนทางหลวงชนบทสาย นศ.3007 แยก ทล.401 (กม.ที่ 110+100) – บ้านน้ำตก อำเภอท่าศาลา, นบพิตำ บริเวณสะพานข้ามคลองกลาย เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ และติดตามความเสียหายหลังได้รับผลกระทบจากมวลน้ำพัดตอม่อและพื้นสะพานช่วงกลางสะพานขาด ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถใช้สะพานดังกล่าวในการสัญจรไปมาได้ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) แขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช และหมวดบำรุงทางหลวงชนบทสิชล ได้ดำเนินการติดตั้งสะพานเหล็กสำเร็จรูป (Bailey Bridge) และเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรเป็นการชั่วคราวแล้ว นอกจากนี้ อธิบดีฯ ได้เดินทางต่อไปยังถนนทางหลวงชนบทสาย นศ.4048 แยก ทล.4105 (กม.ที่ 9+300) – บ้านปลักปลา อำเภอสิชล, ท่าศาลา สำหรับติดตามการซ่อมแซมคอสะพานหลังน้ำกัดเซาะจนได้รับเสียหาย ซึ่งอธิบดีฯ ได้เน้นย้ำและกำชับในช่วงระหว่างการซ่อมแซมให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสายทางอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือน สัญญาณไฟ และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยให้ประชาชนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ได้ ทั้งนี้ หากการซ่อมแซมแล้วเสร็จและพร้อมสำหรับการเปิดให้ประชาชนใช้สัญจร ให้จัดการสายทางให้เรียบร้อยเพื่อประชาชนจะได้เดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัยโดยเร็วต่อไป
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีนายพิสุทธิ์ สุทธิพูน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 11 พร้อมด้วยวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่ม/ส่วน และผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด นำลงพื้นที่ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช